
คำว่า ทองคำป้องกันเงินเฟ้อ ฟังดูสมเหตุสมผล เพราะเมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น เงินจำนวนเดิมซื้อของได้น้อยลง ขณะที่ทองคำมีจำนวนจำกัดและไม่สามารถสร้างเพิ่มได้ด้วยการกดปุ่ม Robert Kiyosaki จึงเตือนผู้ติดตามของเขามานานว่าไม่ควรพึ่งเงินสดเพียงอย่างเดียว และมักยกทองคำ เงิน Silver Bitcoin และอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือก
แต่หากถามว่า “เงินเฟ้อขึ้นแล้วราคาทองต้องขึ้นตามทุกครั้งหรือไม่” คำตอบคือ ไม่เสมอไป
ทองคำป้องกันเงินเฟ้อได้ในบางบริบท โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อยืดเยื้อ ความเชื่อมั่นต่อค่าเงินลดลง หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่สูงพอชดเชยเงินเฟ้อ แต่ในช่วงสั้น ราคาทองยังอาจลดลงได้จากดอลลาร์แข็ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น แรงขายทำกำไร หรือราคาที่สะท้อนความกังวลไปก่อนแล้ว
บทความนี้จึงไม่ได้ถามว่า Kiyosaki “ถูกหรือผิด” แบบขาวดำ แต่จะตรวจว่าแนวคิดของเขามีส่วนใดที่เป็นประโยชน์ ส่วนใดเป็นความคิดเห็น และหลักฐานบอกอะไรเกี่ยวกับทองคำ เงินสด และอำนาจซื้อของคนไทย
ทองคำมีประวัติรักษาอำนาจซื้อได้ดีเมื่อมองระยะยาวมาก แต่ไม่ใช่เครื่องมือที่เคลื่อนไหวตามดัชนีราคาผู้บริโภคแบบเดือนต่อเดือนหรือปีต่อปีอย่างสม่ำเสมอ
งานวิจัย The Golden Dilemma ของ NBER ระบุว่า ทองคำอาจทำหน้าที่ป้องกันเงินเฟ้อได้หากวัดช่วงเวลายาวระดับศตวรรษ แต่ในกรอบเวลาลงทุนที่คนทั่วไปใช้งานจริง ความสัมพันธ์ไม่น่าเชื่อถือพอจะสรุปว่าทองจะชดเชยเงินเฟ้อได้ทุกครั้ง
ด้าน World Gold Council ซึ่งเป็นองค์กรในอุตสาหกรรมทองคำเอง ก็อธิบายว่าเงินเฟ้อจาก CPI เพียงตัวเดียวอธิบายผลตอบแทนทองในระยะสั้นได้ไม่ดี ความสัมพันธ์เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา และทองเหมาะถูกพิจารณาร่วมกับสินทรัพย์อื่นมากกว่ามองเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อแบบสมบูรณ์
ดังนั้น ประโยคที่แม่นกว่าคือ:
ทองคำอาจช่วยรักษาอำนาจซื้อและกระจายความเสี่ยงในบางช่วง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะชนะเงินเฟ้อในทุกปีหรือทุกจุดเริ่มต้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบายว่าเงินเฟ้อคือการที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อมีเงินเท่าเดิม ผู้บริโภคจึงซื้อของได้น้อยลง
ตัวอย่างง่าย ๆ หากตะกร้าสินค้าราคา 1,000 บาทเพิ่มเป็น 1,030 บาทในหนึ่งปี อัตราเงินเฟ้อของตะกร้านั้นเท่ากับ 3% คนที่ถือเงิน 1,000 บาทเท่าเดิมไม่ได้เสียธนบัตรไป แต่กำลังซื้อจริงลดลง
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เงินสด” ต้องแยกเป็น 2 มิติ
เงินสด 1,000 บาทยังคงเป็น 1,000 บาท จึงมีความผันผวนด้านราคาต่ำและพร้อมใช้จ่าย
หากราคาสินค้าเพิ่มเร็วกว่าผลตอบแทนจากเงินฝาก เงินก้อนเดิมจะซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป
ความแตกต่างนี้ทำให้คำเตือนของ Kiyosaki มีแก่นที่ควรรับฟัง: การถือเงินสดระยะยาวโดยไม่เข้าใจเงินเฟ้อมีต้นทุน แต่การสรุปต่อว่า “เงินสดไม่มีประโยชน์” ก็ไกลเกินหลักฐาน เพราะเงินสดยังทำหน้าที่เป็นสภาพคล่อง เงินสำรองฉุกเฉิน และเครื่องมือชำระค่าใช้จ่ายระยะสั้น
Kiyosaki เป็นผู้เขียนและผู้ให้ความรู้ด้านการเงินซึ่งมีมุมมองเชิงวิพากษ์ต่อเงินกระดาษ เขามักเรียกทองคำและ Silver ว่า “เงินจริง” และมอง Bitcoin กับอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่ช่วยลดการพึ่งพาเงินสด
บทความเดิมของ THAIGOLDHUB เรียบเรียงจากวิดีโอต้นทางที่อ้างถึง Robert Kiyosaki และมีวิดีโอสรุปภาษาไทยของ THAIGOLDHUB ประกอบ
เงินกระดาษอ่อนค่าจากการขยายปริมาณเงินและเงินเฟ้อ
ทองคำ Silver Bitcoin และที่ดินน่าสนใจกว่าเงินสด
การออมเงินสดระยะยาวอาจทำให้ความมั่งคั่งถดถอย
แนวคิดเหล่านี้ควรถูกอ่านในฐานะมุมมองของ Kiyosaki ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสากลหรือคำรับรองของ THAIGOLDHUB
เงินเฟ้อทำให้กำลังซื้อของเงินลดลง
ปริมาณทองคำไม่สามารถเพิ่มได้รวดเร็วเหมือนการสร้างเงินฝากในระบบการเงิน
ราคาทองคำมีปัจจัยขับเคลื่อนหลายตัว ไม่ได้ขึ้นกับเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว
เงินสด ทองคำ Silver Bitcoin และที่ดินมีสภาพคล่อง ความผันผวน ต้นทุน และความเสี่ยงต่างกัน
บทเรียนที่มีประโยชน์จึงไม่ใช่ “เลิกถือเงินสดแล้วซื้อสินทรัพย์จริงทั้งหมด” แต่คืออย่าประเมินสินทรัพย์จากคำเรียก เช่น “เงินจริง” หรือ “เงินปลอม” เพียงอย่างเดียว ควรดูหน้าที่ ความเสี่ยง และช่วงเวลาที่ต้องใช้เงินด้วย
ราคาทองคำเป็นผลลัพธ์ของหลายแรงที่ทำงานพร้อมกัน การดูเพียง CPI จึงอาจทำให้ตีความผิดว่า เมื่อใดที่ทองคำป้องกันเงินเฟ้อได้หรือไม่ได้
ราคาสินทรัพย์มักสะท้อนความคาดหวังก่อนข้อมูลจริงประกาศ หากนักลงทุนคาดเงินเฟ้อสูงและซื้อทองไปก่อนแล้ว วันที่ตัวเลขเงินเฟ้อออกมาตามคาด ราคาทองอาจไม่ขยับหรืออาจถูกขายทำกำไร
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงโดยแนวคิดคือผลตอบแทนดอกเบี้ยหักเงินเฟ้อ หากผลตอบแทนสินทรัพย์ดอกเบี้ยเพิ่มเร็วกว่าความคาดหวังเงินเฟ้อ ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองซึ่งไม่จ่ายดอกเบี้ยอาจสูงขึ้น
ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนจริงลดลง ทองอาจได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ใช่กฎตายตัว
ทองคำโลกมักซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐ เมื่อดอลลาร์แข็ง ผู้ซื้อที่ใช้สกุลเงินอื่นต้องจ่ายแพงขึ้นโดยเปรียบเทียบ ซึ่งอาจกดดันความต้องการและราคาทองในดอลลาร์
ในช่วงตลาดตื่นตระหนก นักลงทุนบางส่วนซื้อทองเป็นสินทรัพย์หลบความเสี่ยง แต่บางช่วงอาจขายทองเพื่อหาเงินสดหรือชำระหลักประกัน ราคาจึงสามารถลดลงพร้อมกับสินทรัพย์เสี่ยงได้ชั่วคราว
แม้สินทรัพย์หนึ่งจะรักษาอำนาจซื้อได้ในระยะยาว การซื้อในช่วงที่ราคาแพงเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์อาจให้ผลลัพธ์จริงหลังหักเงินเฟ้อต่ำเป็นเวลานาน งานวิจัย NBER จึงเตือนว่าช่วงเริ่มต้นและระยะเวลาถือมีผลมาก
ไม่ควรใช้รายการนี้เป็นสูตรทำนายราคา แต่เป็นกรอบทำความเข้าใจ
ทองคำป้องกันเงินเฟ้ออาจทำงานได้ดีขึ้นเมื่อหลายเงื่อนไขเกิดพร้อมกัน เช่น
เงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงตัวเลขเดือนเดียว
ความคาดหวังเงินเฟ้อเริ่มไม่ยึดกับเป้าหมายของธนาคารกลาง
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำหรือติดลบ
ค่าเงินที่ผู้ลงทุนถืออ่อนลง
ความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินหรือฐานะการคลังลดลง
นักลงทุนต้องการกระจายความเสี่ยงจากหุ้นและตราสารหนี้
แต่หากธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยแรง ดอลลาร์แข็ง ผลตอบแทนจริงเพิ่ม หรือความต้องการทองลดลง ราคาทองอาจไม่ตอบสนองต่อเงินเฟ้อตามที่หลายคนคาด
บทวิเคราะห์ของ World Gold Council จึงใช้คำว่าทองเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้าง “ทื่อ” หากมองเฉพาะการป้องกัน CPI แต่สามารถมีบทบาทเมื่อพิจารณาการกระจายความเสี่ยงและการปกป้องอำนาจซื้อในภาพกว้าง
บทความเดิมแบ่งโลกเป็น “เงินสดที่เสื่อมค่า” กับ “สินทรัพย์จริงที่ปกป้องความมั่งคั่ง” แต่ในชีวิตจริง สองสินทรัพย์ทำหน้าที่ต่างกัน
ค่าใช้จ่ายประจำและภาระที่มีกำหนดเวลา
เงินสำรองฉุกเฉิน
ลดความจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ในช่วงราคาผันผวน
รอโอกาสหรือรักษาสภาพคล่องระยะสั้น
กระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์ทางการเงินบางประเภท
เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดของผู้ออก
เชื่อมโยงกับตลาดโลกและซื้อขายได้ในหลายประเทศ
อาจช่วยรักษาอำนาจซื้อในบางภาวะและระยะเวลาที่ยาวขึ้น
ราคาทองผันผวนและอาจลดลงเป็นเวลานาน
ทองไม่สร้างดอกเบี้ย เงินปันผล หรือค่าเช่าด้วยตัวเอง
ทองจริงมีค่าจัดเก็บ ความเสี่ยงสูญหาย และส่วนต่างรับซื้อ–ขาย
ผลิตภัณฑ์ทองแต่ละแบบมีค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง และความเสี่ยงคู่สัญญาต่างกัน
คำถามที่สำคัญกว่าคือ เงินก้อนนั้นมีหน้าที่อะไร ต้องใช้เมื่อใด และรับความผันผวนได้แค่ไหน ไม่ใช่สินทรัพย์ใดถูกเรียกว่า “เงินจริง”
Kiyosaki มักกล่าวถึงสินทรัพย์ทั้งสามร่วมกับทองคำ แต่ไม่ควรรวมเป็นกลุ่มเดียวโดยไม่แยกความเสี่ยง
Silver มีทั้งความต้องการลงทุนและการใช้งานอุตสาหกรรม ราคาจึงตอบสนองต่อวงจรเศรษฐกิจและภาคการผลิตมากกว่าทองในบางช่วง ความผันผวนสามารถสูงกว่า และคำว่า “ราคายังถูก” ไม่ได้บอกมูลค่าที่เหมาะสมโดยตัวมันเอง
Bitcoin มีอุปทานสูงสุดตามกติกาของเครือข่าย แต่ราคาผันผวนสูงและประวัติข้อมูลสั้นกว่าทองคำ การมีจำนวนจำกัดไม่ได้รับประกันว่าจะรักษากำลังซื้อในทุกช่วง
ที่ดินมีจำนวนจำกัดในเชิงทำเลและอาจสร้างค่าเช่า แต่มีสภาพคล่องต่ำ ใช้เงินก้อนใหญ่ มีภาษี ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ การป้องกันเงินเฟ้อจึงขึ้นกับทำเล รายได้ และราคาที่ซื้อ
บทความนี้ไม่ได้จัดอันดับสินทรัพย์ เพราะแต่ละประเภทตอบโจทย์ต่างกัน การเปรียบเทียบต้องใช้ช่วงเวลา ต้นทุน สภาพคล่อง และความเสี่ยงเดียวกัน
คนไทยไม่ได้รับผลตอบแทนจากราคาทองคำโลกในหน่วยดอลลาร์โดยตรง ราคาทองไทยยังได้รับอิทธิพลจาก
ราคาทองคำโลกในหน่วยดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อเงินบาท
ความบริสุทธิ์และน้ำหนักของทองคำ
ส่วนต่างราคารับซื้อ–ขาย ค่ากำเหน็จ และค่าธรรมเนียม
เงื่อนไขของร้านทองหรือผู้ให้บริการ
หากทองโลกเพิ่มแต่เงินบาทแข็ง ผลตอบแทนเมื่อแปลงเป็นบาทอาจต่ำกว่าการเคลื่อนไหวในตลาดโลก ในทางกลับกัน เงินบาทอ่อนอาจช่วยหนุนราคาทองไทยแม้ทองโลกเปลี่ยนไม่มาก
ดังนั้น การตรวจว่าทองคำป้องกันเงินเฟ้อไทยได้ดีเพียงใด ต้องเปรียบเทียบราคาทองไทยหลังหักต้นทุนกับค่าครองชีพของคนไทยในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ควรนำผลตอบแทนทองคำดอลลาร์มาเทียบกับเงินเฟ้อไทยโดยตรง เพราะกลไกของทองคำป้องกันเงินเฟ้อสำหรับคนไทยมีผลจากค่าเงินบาทรวมอยู่ด้วย
ผู้อ่านสามารถทบทวนกลไกเพิ่มเติมได้จากคู่มือราคาทองคำวันนี้ มาจากไหน ใครกำหนด และวิธีเริ่มลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่
ก่อนซื้อหรือขายจริง โปรดตรวจสอบราคาประกาศล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ และเงื่อนไขจากผู้ให้บริการที่จะทำรายการทุกครั้ง
เช็กลิสต์นี้มีไว้ช่วยจัดระเบียบข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือกำหนดสัดส่วน
เงินก้อนนี้ต้องใช้เมื่อใด — เงินที่อาจต้องใช้เร็วควรให้ความสำคัญกับสภาพคล่อง
กำลังป้องกันเงินเฟ้อแบบใด — ค่าครองชีพทั่วไป ค่าเล่าเรียน ที่อยู่อาศัย หรือความเสี่ยงค่าเงิน
วัดผลด้วยราคาใด — Gold Spot ทองคำแท่งไทย ทองรูปพรรณ กองทุน หรือผลิตภัณฑ์อนุพันธ์
รวมต้นทุนครบหรือยัง — ส่วนต่างราคา ค่ากำเหน็จ ค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าจัดเก็บ
ช่วงเวลายาวพอหรือไม่ — ความสัมพันธ์ระยะสั้นระหว่างทองกับ CPI ไม่สม่ำเสมอ
ถ้าราคาลดลงยังรับได้หรือไม่ — สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงก็มีความผันผวน
มีสินทรัพย์อื่นทำหน้าที่เดียวกันหรือไม่ — เปรียบเทียบโดยใช้ความเสี่ยงและสภาพคล่องเดียวกัน
ข้อมูลมาจากข้อเท็จจริงหรือความเห็นบุคคล — คำพูดของผู้เชี่ยวชาญควรตรวจด้วยข้อมูลต้นทาง
ไม่จริงเสมอ ตลาดอาจคาดการณ์ล่วงหน้า และอัตราดอกเบี้ยจริง ค่าเงินดอลลาร์ หรือแรงขายสามารถหักล้างผลจากเงินเฟ้อได้
ราคาทองสามารถลดลงทั้งในรูปตัวเงินและหลังหักเงินเฟ้อ โดยเฉพาะเมื่อเลือกจุดเริ่มต้นหรือช่วงเวลาสั้น
เงินสดมีต้นทุนจากเงินเฟ้อ แต่ยังสำคัญต่อค่าใช้จ่าย เงินสำรองฉุกเฉิน และลดความเสี่ยงจากการต้องขายสินทรัพย์ผิดจังหวะ
อุปทานจำกัดเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ราคาและการรักษากำลังซื้อยังขึ้นกับอุปสงค์ สภาพคล่อง ความน่าเชื่อถือ ต้นทุน และกฎระเบียบ
ส่วนที่ควรเก็บไว้คือ อย่ามองยอดเงินตามตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่สำคัญคือกำลังซื้อ และอย่าพึ่งสินทรัพย์ประเภทเดียวโดยไม่เข้าใจความเสี่ยง
ส่วนที่ควรตั้งคำถามคือ การแบ่งโลกเป็นเงินสดที่ “แย่” กับสินทรัพย์จริงที่ “ดี” เสมอ หลักฐานแสดงว่าทองคำป้องกันเงินเฟ้อได้ไม่สม่ำเสมอในกรอบเวลาทั่วไป ขณะที่เงินสดก็ยังมีหน้าที่ซึ่งทองคำทดแทนไม่ได้
คำตอบจึงอยู่ที่หน้าที่และระยะเวลา:
เงินสดช่วยจัดการภาระระยะสั้นและสภาพคล่อง
ทองคำอาจช่วยกระจายความเสี่ยงและรักษาอำนาจซื้อในบางภาวะ
ผลลัพธ์จริงของคนไทยยังขึ้นกับราคาทองโลก ค่าเงินบาท ต้นทุน และจุดเริ่มต้น
แทนที่จะถามเพียงว่า “ควรเชื่อ Kiyosaki หรือไม่” คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ หลักฐานใดสนับสนุนมุมมองนั้น เงื่อนไขใดทำให้ไม่ได้ผล และสินทรัพย์แต่ละชนิดกำลังทำหน้าที่อะไรในแผนการเงินของเรา
ได้ในบางช่วงและมีหลักฐานด้านการรักษาอำนาจซื้อระยะยาว แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะขึ้นตามเงินเฟ้อทุกเดือนหรือทุกปี
เพราะราคาทองยังขึ้นกับเงินเฟ้อคาดการณ์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ค่าเงินดอลลาร์ ความเสี่ยงตลาด กระแสเงิน และราคาที่สะท้อนข่าวไปก่อนแล้ว
ไม่ใช่ ทั้งสองทำหน้าที่ต่างกัน เงินสดเหมาะกับสภาพคล่องและค่าใช้จ่ายระยะสั้น ส่วนทองคำมีความผันผวนแต่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้ในบางภาวะ
ไม่มีระยะเวลาที่รับประกันผล งานวิจัยชี้ว่าความสัมพันธ์ชัดขึ้นเมื่อมองยาวมาก แต่ผลลัพธ์ยังขึ้นกับราคาเริ่มต้น ต้นทุน ค่าเงิน และช่วงเศรษฐกิจ
ไม่โดยตรง ราคาทองไทยได้รับผลจากราคาทองโลกและ USD/THB ขณะที่เงินเฟ้อไทยวัดราคาตะกร้าสินค้าและบริการในประเทศ จึงอาจเคลื่อนไหวต่างกันได้
อ้างอิงมูลค่าทองเหมือนกัน แต่มีความบริสุทธิ์ ส่วนต่างรับซื้อ–ขาย ค่ากำเหน็จ และเงื่อนไขขายคืนต่างกัน ผลตอบแทนสุทธิจึงไม่เท่ากัน
สรุปแบบทั่วไปไม่ได้ Silver เชื่อมกับอุตสาหกรรมมากกว่า ส่วน Bitcoin มีความผันผวนสูงและประวัติสั้นกว่า ต้องเทียบช่วงเวลา ต้นทุน และความเสี่ยงเดียวกัน
ควรใช้เป็นมุมมองตั้งต้น ไม่ใช่คำสั่งลงทุน ตรวจคำกล่าวจากแหล่งต้นทาง แล้วเปรียบเทียบกับข้อมูลและงานวิจัยที่มีวิธีการชัดเจน
ตรวจราคาทองโลก ค่าเงินบาท ราคาประกาศสมาคมค้าทองคำ ประเภททอง ความบริสุทธิ์ ส่วนต่างราคา ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย: คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเงินเฟ้อและกรอบเงินเฟ้อ
THAIGOLDHUB YouTube: บทเรียนจาก Robert Kiyosaki ป้องกันเงินเฟ้อ
บทความหรือข่าวสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยเนื้อหาบางส่วนอาจเรียบเรียงจากความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน หรืออาจจัดทำขึ้นโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสรุปข้อมูลจากแหล่งข่าวต่าง ๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และนำมาเรียบเรียงใหม่เพื่อการทำความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ทั้งนี้ มิได้เป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายทองคำ สินทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ใด ๆ ผู้จัดทำได้พยายามตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอย่างเต็มที่ แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา และขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใด
ก่อนตัดสินใจซื้อหรือขายทองคำจริง โปรดตรวจสอบราคาประกาศล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย และตรวจเงื่อนไขจากผู้ให้บริการที่จะทำรายการอีกครั้ง




